เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่

องค์การอนามัยโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรสาธารณสุขที่จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในการช่วยผู้ที่เสพติดบุหรี่ให้เลิกสูบ จึงเป็นที่มาในการกำหนดประเด็นของการรณรงค์สำหรับ ปี ค.ศ.๒๐๐๕ นี้คือ “บุคลากรสาธารณสุขกับการควบคุมการสูบบุหรี่: Health Professional and Tobacco Control” อีกทั้งยังได้เชิญผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุขจำนวน ๒๙ องค์กรเข้าร่วมประชุมเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.๒๐๐๔ ที่กรุงเจนีวา เพื่อร่วมกันร่างและเห็นชอบจรรยาปฏิบัติสำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุขกับการควบคุมยาสูบในชื่อว่า Code of practice on tobacco control for health professional organizations

หลักการและเหตุผล

สถานการณ์ทั่วโลกยังมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละ ๕ ล้านคน และจะเพิ่มเป็นปีละ ๑๐ ล้านคน ในปี พ.ศ.๒๕๗๓
และมีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ.๒๕๔๗ รายงานโรคต่างๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึง ๓๖ ชนิด ด้วยกันได้แก่ มะเร็ง ๑๐ ชนิด โรคหัวใจและหลอดเลือด ๔ ชนิด ระบบสืบพันธุ์ ๔ ชนิด และอื่นๆ อีก ๖ ชนิด คนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ปีละ ๔๒,๐๐๐ คน หรือวันละ ๑๑๕ คน หรือชั่วโมงละ ๕ คน ปัจจุบันแม้ว่าประเทศไทย เป็นที่ยอมรับจากสากลในเรื่องความก้าวหน้าในการควบคุมการบริโภคยาสูบ แต่ก็ยังมีคนไทยที่ยังสูบบุหรี่มากกว่า 10 ล้านคน พิษภัยจากการบริโภคยาสูบถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับสองของการสูญเสียสุขภาพของคนไทย รองจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่มีผลเสียต่อสุขภาพและเป็นสาเหตุของการเกิดทุพพลภาพและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์แม้ว่าประชาชนทั่วไป จะรับรู้ว่าบุหรี่ทำลายสุขภาพ มีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะมากมาย แต่การสูบบุหรี่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งบริษัทบุหรี่ต้องการคนบริโภครุ่นใหม่ที่มาสืบทอดและต่อธุรกิจของตนการสร้างค่านิยม ในกลุ่มวัยรุ่น กระบวนการสร้างแบรนด์ เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ลงทุนมหาศาลก่อให้เกิดกระแสนิยมการบริโภคยาสูบจึงไม่ลดลงวันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้ (วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘) มีคำขวัญว่า “บุคลากรด้านสุขภาพเพื่อการควบคุมยาสูบ” ซึ่งได้ระบุในกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ WHO (Framework Convention for Tobacco Control หรือ FCTC) ว่าประเทศภาคีสมาชิกมีพันธะสัญญาร่วมกันที่จะจัดการปัญหายาสูบในระดับชาติ และนานาชาติโดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมวิชาชีพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

การรวมพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการสร้างความเข้มแข็งมากขึ้น การรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้นให้เกิดการรับรู้ถึงภัยคุมคามจากการบริโภคยาสูบในวงกว้างทั่วทั้งประเทศเริ่มจากโรงพยาบาลทุกจังหวัดทั้งภาครัฐและเอกชนโรงพยาบาลชุมชนทุกอำเภอ โรงเรียน สถานที่ราชการทุกแห่ง และบริษัทห้างร้านทุกแห่งบุคลากรด้านสุขภาพต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ส่งถ่ายข้อมูลและข้อเท็จจริงที่พิษภัยของบุหรี่มีผลเสียต่อสุขภาพ นอกเหนือจากโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทบุหรี่สู่ผู้ป่วย โดยสอดแทรกทุกขั้นตอนของการตรวจวินิจฉัย การรักษา การป้องกันและการฟื้นฟูสภาพ คลินิกงดสูบบุหรี่ การให้คำปรึกษาเรื่องการงดบุหรี่ รวมถึงการสร้างกลยุทธ์ใหม่ยึดพื้นที่อนาคตของชาติให้พ้นภัยจากบุหรี่

ปัจจุบันวิชาชีพด้านสุขภาพ อันได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ และนักสาธารณสุข ได้รวมตัวกันเพื่อกำหนดบทบาทเชิงรุกในการเข้าไปควบคุมการบริโภคยาสูบกันมากขึ้น แต่ละวิชาชีพได้สร้างเครือข่ายในโครงสร้างการบริหารที่ปรากฏในภาครัฐและภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์ที่นำจรรยาปฏิบัติขององค์การอนามัยโลกไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมเครือข่ายสหวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่มีเป้าหมายที่จะเป็นเครือข่ายความรู้ให้กับประชาชน เป็นเครือข่ายที่สร้างความห่วงใยในชีวิตที่มีคุณภาพ ครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนที่เข้มแข็ง และเป็นเครือข่ายที่ก่อกำเนิดสายใยจากทุกชนชั้นให้รวมพลังเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งปกป้องเยาวชให้พ้นจากพิษภัยบุหรี่ เพื่อสังคมไทยในยุคใหม่ปลอดบุหรี่ ปลอดโรค และพร้อมที่จะเป็นพลังสร้างสรรค์อย่างมีคุณค่าแก่สังคมตลอดไป