มาตรการในการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมของ
จรรยาปฏิบัติ

จรรยาปฏิบัติ

 

มาตรการของเครือข่ายฯ
ในแผนงานปีต่างๆ

1. กระตุ้นและสนับสนุนให้สมาชิก องค์กรภาคี ด้านสุขภาพเป็น “ต้นแบบ” ที่ดี ไม่สูบบุหรี่ หรือบริโภคยาสูบ และมีบทบาท ในการสร้างวัฒนธรรมปลอดบุหรี่ ให้กับสังคม
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - สังเคราะห์หาแนวทางและรูปแบบที่เหมาะสม
      ในการสร้าง “ต้นแบบ”
  • ปี พ.ศ.2549
    - พัฒนาดัชนีชี้วัดเพื่อคัดเลือกโรงพยาบาลปลอดบุหรี่

  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - จัดจำแนกกลุ่มโรงพยาบาล ตามจำนวนดัชนีชี้วัด
    - สร้างกลยุทธ์ในการส่งเสริมที่มีรูปแบบจำเพาะ
      ในการพัฒนาสู่ โรงพยาบาลปลอดบุหรี่” ที่สมบูรณ์

  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - จำแนกกลุ่มโรงพยาบาลปลอดบุหรี่เป็น 3 ระดับชั้น
      เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ
    - สร้างค่านิยม “ต้นแบบสุขภาพดี” ให้แก่นิสิตนักศึกษา
      วิชาชีพสุขภาพ โดยบรรจุลงในหลักสูตร


2. ประเมินและให้ความสำคัญ เกี่ยวกับลักษณะการบริโภคยาสูบ และเจตคติต่อการควบคุมยาสูบ ของสมาชิกองค์กรภาคีด้านสุขภาพ
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - สำรวจภาวะปัจจุบันของบุคลากรและนักศึกษาสาขา
      สุขภาพทุกสาขาตามแบบฟอร์มขององค์การอนามัยโลก
    - ตีพิมพ์เผยแพร่ให้วงการสาธารณสุข
      ได้รับทราบในการประชุมวิชาการ“บุหรี่กับสุขภาพ”
      ครั้งที่ 5 (5-6 มิย.49)
  • ปี พ.ศ.2549
    - วิเคราะห์ผลการสำรวจภาพรวมของสมาชิกในองค์กร
      ภาคีเพื่อวางแผนการพัฒนาเจตคติของบุคลากร
      สุขภาพอันนำไปสู่ “ต้นแบบ” สุขภาพดีที่ไม่มีบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - ขยายแนวคิด “ต้นแบบ” สู่บุคลากรวิชาชีพสุขภาพ
      ทุกสาขา และจัดทำสำรวจเพื่อเฝ้าระวังความชุก
      ของการสูบบุหรี่ของนิสิตนักศึกษา
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - จัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องพิษภัยบุหรี่และการ
      ช่วยเลิกบุหรี่เบื้องต้นให้แก่เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย,
      ครู,พระสงฆ์หรือผู้แทนศาสนา
    - จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มพูนทักษะการดูแลรักษา
      ภาวะติดบุหรี่ให้แก่บุคลากรวิชาชีพสุขภาพ
      อย่างเป็นระบบ
    - รณรงค์และขอความร่วมมือให้ทุกสถาบันทำการสำรวจ
      สถานะการสูบบุหรี่ของนิสิตนักศึกษาทั้งตอนแรกเข้า
      และตอนสำเร็จการศึกษาแล้วเพื่อค้นหามาตรการแก้ไข
    - จัดประชุมวิชาการระดับชาติ National Health
      Professional in Tobacco Control เพื่อเปิดโอกาส
      ให้บุคลากรวิชาชีพสุขภาพได้แลกเปลี่ยนความรู้
      และประสบการณ์และนำเสนอผลงานวิจัยใหม่ๆ   ด้านยาสูบ
    - จัดการประชุม Asia-Pacific Health Professional on
      Tobacco Control เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้
      และประสบการณ์ในการทำงานด้านยาสูบของบุคลากร
      วิชาชีพสุขภาพของไทยให้มีโลกทัศน์ในการทำงาน
      ที่กว้างขวางขึ้นและเป็นที่รู้จักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
      อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไป
      พร้อมกันด้วย

3. กำหนดคำมั่นสัญญาในทุกกิจกรรม
ของทุกภาคส่วนขององค์กรภาคีด้าน
สุขภาพนั้นให้ปลอดจากการบริโภค
ยาสูบและผลักดันการมีส่วนร่วม
ของสมาชิกในองค์กร
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ประสานงานกับเลขาธิการแพทยสภามิให้รับงบโฆษณา
      จากบริษัทบุหรี่(หลังจากมีการลงโฆษณา
      ในแพทยสภาสาร)
  • ปี พ.ศ.2549
    - ให้ทุกองค์กรวิชาชีพสุขภาพให้ความร่วมมือในการ
      ประกาศให้ทุกการประชุมวิชาการเป็น
      การประชุมปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - ทุกองค์กรภาคีสุขภาพร่วมมือกันจัดกิจกรรมนิสิต
      นักศึกษาให้เป็นกิจกรรมปลอดบุหรี่
    - ผลักดันนโยบายสู่ระดับรองคณบดี
      ฝ่ายกิจการนิสิตของทุกคณะในวิชาชีพสุขภาพ
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - รณรงค์และขอความร่วมมือให้ทุกสถาบันบรรจุ
      เนื้อหาเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบลงใน
      กิจกรรมนอก หลักสูตรของนิสิตนักศึกษา
4. ผลักดันให้บรรจุวาระการควบคุม การบริโภคยาสูบในทุกๆ การประชุม วิชาการของสมาคมและองค์กรวิชาชีพ ด้านสุขภาพ
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ขอความร่วมมือจากองค์กรและสมาคมวิชาชีพ
      ที่เกี่ยวข้องกับโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากการ
      บริโภคยาสูบให้บรรจุวาระการควบคุมการบริโภค
      ยาสูบในการประชุมวิชาการด้วยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10
  • ปี พ.ศ.2549
    - ระดมความคิดในการเปิดกลยุทธ์เชิงรุก
      ในการควบคุมบริโภคยาสูบในกิจกรรม
      ทางวิชาการในสภาวิชาชีพทุกสาขา
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - มีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการควบคุม
      บริโภคยาสูบในทุกๆกิจกรรมทางวิชาการ
      ของสภาวิชาชีพทุกสาขา
    - สร้างบุคลากรทุกสาขาวิชาชีพสุขภาพ
      ให้เป็นวิทยากรด้านการควบคุมบริโภคยาสูบ
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - ประสานงานและขอความร่วมมือแต่ละองค์กร
      วิชาชีพให้บรรจุเรื่องของยาสูบไว้อย่างน้อย 1
      เรื่องในหัวข้อการประชุมวิชาการประจำปี
      พร้อมมีการออกร้านนิทรรศการของเครือข่ายฯ
      ในงานประชุมนั้น ๆ
    - สร้างบุคลากรทุกสาขาวิชาชีพสุขภาพให้เป็น
      วิทยากรด้านการควบคุมบริโภคยาสูบ โดยจัด
      ให้มีการ อบรม Training the Trainer Course
      สำหรับแต่ละวิชาชีพขึ้น

5. แนะนำให้สมาชิกองค์กรภาคี ด้านสุขภาพกระตุ้นให้บุคลากร ให้ความสำคัญในการ สอบถามผู้ป่วยและผู้มารับบริการถึง สถานะการบริโภคยาสูบและการ สัมผัสควันบุหรี่มือสอง และการ บำบัดรักษา ทั้งนี้ให้สอดแทรก อยู่ในเวชปฏิบัติที่ทำเป็นกิจวัตร ประจำวัน อิงบนหลักฐานประจักษ์ และการทำเวชปฏิบัติที่ดี
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - จัดทำแผ่นพับคำแนะนำให้บุคลากรสาธารณสุข
      ทุกสาขาในเรื่องต่างๆ ที่เป็นข้อมูลที่มีหลักฐาน
      เชิงประจักษ์ พร้อมคำแนะนำ การให้คำปรึกษา
      ในประเด็นต่างๆ ให้สอดคล้องกับงาน
      ประจำของวิชาชีพนั้นๆ
    - ถอดบทเรียน ความรู้และประสบการณ์ของบทบาท
      วิชาชีพสุขภาพในงานบริการเลิกบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2549
    - จัดการความรู้เกี่ยวกับการบูรณาการในงาน
      บริการเลิกบุหรี่อย่างครบวงจร
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - เผยแพร่ความรู้คู่ปฏิบัติที่ดี (best practice)
      สู่สมาชิกในองค์กรภาคีสุขภาพทุกสาขา
    - จัดทำแนวทางการตอบง่ายๆ จากคำถามที่พบบ่อย
      แจกให้นักศึกษาและบุคลากรวิชาชีพสุขภาพ
    - สร้างโมเดล “คลินิกอดบุหรี่ต้นแบบ”
      ให้บริการทุกวันโดยแพทย์ร่วมกับสหวิชาชีพ
    - เปิดพื้นที่ให้โอกาสแก่คนที่ต้องการเลิกบุหรี่
      ให้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ
      อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - จัดมอบรางวัล “ฟ้าใสไร้ควัน” ใน
      โครงการประกวด “คลินิกเลิกบุหรี่ดีเด่น”
      ระดับชุมชน,ระดับอำเภอ, และระดับจังหวัด
    - จัดประชุมระดมสมองเพื่อสร้างคู่มือ
      การสอดแทรกงานด้านควบคุมยาสูบลงใน
      งานประจำโดย ไม่เพิ่มงาน โดยอาจใช้ชื่อคู่มือนี้ว่า
      “จากยาสูบสู่งานประจำ...ไม่ยุ่งอย่างที่คิด”
    - จัดทำรายชื่อ “คลินิกเลิกบุหรี่ต้นแบบ” ที่สามารถใช้
      เป็นแหล่งศึกษาดูงานและเป็นคลีนิกพี่เลี้ยง ให้ที่อื่น ๆ
      ใกล้เคียงได้และแจกจ่ายไปตาม รพ.ต่าง ๆ
      ทั่วประเทศ หรือบรรจุไว้ใน website
    - กระตุ้นให้มีการสร้างโมเดล “สถานีอนามัยปลอดบุหรี่”
      โดยจัดอบรมให้เจ้าหน้าที่ สอ.สามารถให้ คำปรึกษา
      และเทคนิกในการช่วยเลิกบุหรี่แบบง่ายๆได้
      ในระดับชุมชน

6. กระตุ้นให้สถาบันการศึกษาพัฒนา หลักสูตรที่ผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ และการฝึกอบรมหลังปริญญา หรือการศึกษาต่อเนื่องโดยสอดแทรก เนื้อหาการเรียนการสอน เกี่ยวกับเกี่ยวกับการควบคุม การบริโภคยาสูบ
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ระดมสมองกำหนดเนื้อหาร่วม (core curriculum)
     เกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคยาสูบ
     สำหรับบุคลากรสุขภาพทุกสาขา
  • ปี พ.ศ.2549
    - ประสานงานกับผู้บริหารของสถาบันการศึกษา
      และผู้นำองค์กรวิชาชีพสุขภาพทุกสาขา ให้เห็น
      ความสำคัญในการบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับ
      การควบคุมการบริโภคยาสูบ ลงในหลักสูตร
      ก่อนปริญญาและหลังปริญญา
    - พัฒนาหลักสูตรจำเพาะสำหรับบทบาท
      วิชาชีพที่ไม่ซ้ำซ้อนเพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างมี
      ประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลือง
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - ย่อยความรู้เพื่อให้รู้เท่าทันเทคนิคการ
      ตลาดของอุตสาหกรรมบุหรี่ โดยจัดทำชุด
      ความรู้ให้ปรากฏอยู่ในหลักสูตรของ
      ทุกวิชาชีพด้านสุขภาพ
    - พัฒนา “สถาบันต้นแบบ” ที่นำเอา
      องค์ความรู้เข้าไปบูรณาการเข้า
      เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของวิชาชีพสุขภาพ
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - ศึกษาความเป็นไปได้และหาแนวทางการ
      เปิดหลักสูตรการควบคุมการบริโภคยาสูบ
      ให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาโท
    - ผลักดันให้มีการบรรจุเนื้อหาการควบคุม
      บริโภคยาสูบไว้ในเกณฑ์การสอบมาตรฐาน
      วิชาชีพของทุกสาขาวิชาชีพ

7. เข้าร่วมกิจกรรมในวันงดสูบบุหรี่โลก ทุกวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - สร้างกิจกรรมที่ให้องค์กรภาคีทุกภาคส่วน
      ได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ในช่วงเวลานี้ของทุกๆ ปี
  • ปี พ.ศ.2549
    - ขยายจำนวนองค์กรภาคีให้มีส่วนร่วมมากขึ้น จาก 5
      องค์กรเป็น 9 องค์กรในวิชาชีพสุขภาพ
  • ปี พ.ศ. 2550-2552
    - สร้างกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลกทั้งในส่วนกลาง
       และส่วนภูมิภาค เพื่อให้ทุกภูมิภาคมีส่วนร่วม
  • ปี พ.ศ. 2553-2555
    - รณรงค์ให้ทุกองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม
      วันงดสูบบุหรี่โลกทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
    - จัดรายการทางสื่อสาธารณะต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์
      จุดกระแสให้ประชาชนรับทราบว่าบุคลากรวิชาชีพ
      สุขภาพช่วยให้พวกเขาเลิกบุหรี่ได้

8. หลีกเลี่ยงการสนับสนุนทุกรูปแบบ ด้านการเงินหรืออื่นๆ จากบริษัทบุหรี่ หรือประโยชน์ใดๆ อันเป็นผลพวง จากอุตสาหกรรมบุหรี่ รวมทั้งชักชวน สมาชิกองค์กรภาคีด้านสุขภาพ ให้ปฏิบัติเช่นกันนี้
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ทำความเข้าใจถึงประเด็นที่มีการบริจาค
      จากบริษัทบุหรี่เพื่อติดประกาศชื่อหรือชื่อการค้า
      ของผลิตภัณฑ์ลงที่อาคาร สิ่งก่อสร้าง
      ห้องผู้ป่วยพิเศษ กิจกรรมรวมขององค์กร
      งานละเล่น งานกีฬา และกิจกรรมอื่นๆ
      ที่จัดขึ้นในสถานบริการด้านสุขภาพทั้ง
      ภาครัฐและภาคเอกชน
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “โรงพยาบาลปลอดบุหรี่”
  • ปี พ.ศ.2549
    - ตรวจเยี่ยมและคัดเลือกโรงพยาบาลปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น  “สถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่”
    - ตรวจเยี่ยมสถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “สถานศึกษาปลอดบุหรี่”
9. ให้ความมั่นคงว่าองค์กรของตน มีนโยบายไม่ยุ่งเกี่ยวกับการค้า หรือความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ หรือผลประโยชน์ใด ๆ กับ อุตสาหกรรมยาสูบ โดยการประกาศ ผลประโยชน์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นขององค์กร อย่างโปร่งใส
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ให้ผู้บริหารองค์กรเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
      ในกิจกรรม หรือ ธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
      กับอุตสาหกรรมบุหรี่
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “โรงพยาบาลปลอดบุหรี่”
  • ปี พ.ศ.2549
    - ตรวจเยี่ยมและคัดเลือกโรงพยาบาลปลอดบุหรี่
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “สถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่”
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - ตรวจเยี่ยมสถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่
      กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “สถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่”
    - ตรวจเยี่ยมสถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น  “สถานศึกษาปลอดบุหรี่”
10. ห้ามการจำหน่ายหรือมาตรการ ส่งเสริมการขายในสินค้าประเภทบุหรี่ ในหน่วยงานและชักชวน ให้สมาชิกองค์กรภาคีด้านสุขภาพ ให้ปฏิบัติเช่นกัน
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
      ให้ดำเนินการห้ามจำหน่ายบุหรี่ในเขต
      สถานพยาบาลและสถาบันการศึกษาด้าน
      สุขภาพทุกสาขา
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “โรงพยาบาลปลอดบุหรี่”
  • ปี พ.ศ.2549
    - ตรวจเยี่ยมและคัดเลือกโรงพยาบาลปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “สถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่”
    - ตรวจเยี่ยมสถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “สถานศึกษาปลอดบุหรี่”


11. สนับสนุนรัฐบาลอย่างจริงจัง ในกระบวนการลงนามสัญญา ข้อตกลงร่วมกันที่องค์กรภาคี ร่วมกันควบคุมการบริโภคยาสูบ ขององค์การอนามัยโลก
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ประสานงานร่วมกันระหว่างวิชาชีพสุขภาพ
      เพื่อผลักดันนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้อง
      กับการควบคุมการบริโภคยาสูบ
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
      “โรงพยาบาลปลอดบุหรี่”
  • ปี พ.ศ.2549
    - ตรวจเยี่ยมและคัดเลือกโรงพยาบาลปลอดบุหรี่

  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - ร่วมมือกับสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
      เพื่อพิจารณาการจัดการภายในรูปแบบ
      โรงพยาบาลปลอดบุหรี่ให้เป็นหนึ่งในดัชนี
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - จัดระดับมาตรฐานโรงพยาบาลปลอดบุหรี่เป็น 3
      ระดับตามศักยภาพของแต่ละแห่ง โดยร่วมมือ
      กับสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
      ในการตรวจรับรอง

12. สนับสนุนเงินทุนและ ทรัพยากรอื่น ๆ แก่การควบคุม ยาสูบรวมทั้งการดำเนินตามจรรยา ปฏิบัตินี้
 
  • ปี พ.ศ.2548>
    - ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวก
      ให้บุคลากรในสังกัดได้มีโอกาสเข้าร่วม
      รณรงค์ในทุกกิจกรรมที่เครือข่ายขอความร่วมมือ
  • ปี พ.ศ.2549
    - ให้ทุนสนับสนุนองค์กรด้านสุขภาพที่ดำเนินการ
      ตามจรรยาปฏิบัตินี้
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - สร้าง “ต้นแบบ” ของโรงพยาบาลปลอดบุหรี่
      และสถาบันการศึกษาปลอดบุหรี่ให้เป็นที่ที่ดูงานได้
  • ปี พ.ศ. 2553-2555
    - จัดทำรายชื่อ “โรงพยาบาลและคลินิกเลิกบุหรี่ต้นแบบ”
      ที่สามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาดูงานและเป็น
      คลีนิกพี่เลี้ยงให้ที่อื่น ๆใกล้เคียงได้และแจกจ่ายไปตาม
       รพ.ต่างๆทั่วประเทศ หรือบรรจุไว้ใน website
    - ผลักดันให้ภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญของงานด้านนี้
      โดยให้ยาช่วยเลิกบุหรี่มาตรฐานเป็นยา
      ที่ครอบคลุมอยู่ในระบบประกันสุขภาพ
      และให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านนี้ได้
      รับค่าตอบแทนอย่างสมเหตุสมผล

13. เข้าร่วมกิจกรรมต้านการบริโภคยาสูบ ของเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - เผยแพร่กิจกรรมของเครือข่าย
      วิชาชีพสุขภาพให้สมาชิกได้มีโอกาส
      เข้าร่วมกันมากขึ้น
  • ปี พ.ศ.2549
    - ขยายจำนวนองค์กรภาคีให้มีส่วนร่วมมากขึ้น
      จาก 5 องค์กรเป็น 9 องค์กรในวิชาชีพสุขภาพ
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - สร้างและขยายกิจกรรมการควบคุมบริโภคยาสูบ
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - สร้างและขยายกิจกรรมการควบคุมบริโภคยาสูบ

14. สนับสนุนการรณรงค์เพื่อสร้าง พื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่
 
  • ปี พ.ศ.2548
    - ส่งเสริมให้โรงพยาบาลและสถานบริการ
       และสถานศึกษาด้านสุขภาพให้เป็น
       เขตปลอดบุหรี่ครบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์
    - กำหนดเป็นดัชนีชี้วัดในการรับรองเป็น
       “โรงพยาบาลปลอดบุหรี่”
  • ปี พ.ศ.2549
    - ตรวจเยี่ยมและคัดเลือกโรงพยาบาลปลอดบุหรี่
      และสถาบันการศึกษาด้านสุขภาพปลอดบุหรี่
  • ปี พ.ศ.2550-2552
    - กำหนดพื้นที่สาธารณะภายในโรงพยาบาล
      และสถาบันการศึกษาที่ยังเป็นที่สูบบุหรี่ของ
      บุคลากรภายในและผู้มารับบริการอยู่
      แล้วหามาตรการในการลดพื้นที่ดังกล่าวอย่างจริงจัง
  • ปี พ.ศ.2553-2555
    - จัดระดับมาตรฐานโรงพยาบาลปลอดบุหรี่เป็น 3
      ระดับตามศักยภาพของแต่ละแห่ง โดยร่วมมือกับ
      สถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาลในการตรวจรับรอง